Home :: ผู้แต่ง - นิมมานรดี :: รักสุดท้ายของเทวัญ /นิมมานรดี

รักสุดท้ายของเทวัญ /นิมมานรดี

รักสุดท้ายของเทวัญ /นิมมานรดี
SKU SKU11401
ราคาทั่วไป: ß 315.00
ประหยัด 20%
ขายเพียง: ß 252.00
Qty

บทนำ

กรุงเทพมหานคร เวลา 13.45 น.
เสียงดนตรีดังขึ้นเบาๆ พร้อมแสงสว่างบนหน้าจอขนาดหกจุดห้านิ้วของสมาร์ตโฟนสีเทาสเปซเกรย์ ดวงตาคู่คมยังจดจ่ออยู่กับเอกสารบนโต๊ะเนื่องจากเสียงเตือนนี้ช่างไม่คุ้นหู เพราะมันไม่ใช่เสียงเรียกเข้าโดยปกติ แต่แล้วเรียวคิ้วดกดำก็เริ่มขมวดมุ่น ชำเลืองมองไปยังต้นเสียงที่ยังดังไม่หยุด นิ่งค้างไปเสี้ยววินาทีก่อนจะรีบยื่นมือไปคว้ามันมาดู
ลืมจนได้สิพับผ่า! 
ปลายนิ้วแข็งแรงปัดผ่านหน้าจอเพื่อปิดสัญญาณเสียงแจ้งเตือน ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้งแต่ร่างบนเก้าอี้กลับไม่อาจนั่งนิ่งอยู่ได้อีกต่อไป เขาลุกขึ้นเก็บสมาร์ตโฟนใส่กระเป๋า สำรวจของใช้จำเป็นทั้งกุญแจรถและกระเป๋าสตางค์ว่ามีอยู่ติดตัวเรียบร้อยแล้วก็ผละจากโต๊ะทำงานไปโดยไม่สนใจเอกสารที่อ่านค้างอยู่อีกเลย
“ฉันมีธุระสำคัญ ถ้าไม่มีงานด่วนจริงๆ ก็ห้ามรบกวน” 
เจ้าของเสียงวางอำนาจเอ่ยกับบุคคลแรกที่พบหน้าหลังเปิดประตูห้องออกไป แม้ว่า ‘ธุระ’ ครั้งนี้จะสำคัญกับเขาแค่ไหน แต่ก็ยังมีงานอีกหลายอย่างที่อาจจะด่วนและสำคัญกว่า...ไม่สิ ไม่ใช่สำคัญกว่า แค่อาจจะมีความจำเป็นเร่งด่วนกว่าเท่านั้น
“ค่ะคุณเทวัญ” สาวสวยหน้าห้องขานรับแล้วมองตามร่างสูงสง่าที่เดินเร็วๆ ไปยังลิฟต์ 
รีบไปไหนนะ ธุระสำคัญอะไรทำไมเราไม่รู้ ไม่เห็นมีจดบันทึกไว้เลย
เลขานุการหน้าห้องที่เพิ่งมานั่งเก้าอี้ตัวนี้แทนเจ้าของตำแหน่งเดิมเป็นวันแรกรีบตรวจตารางนัดหมายประจำวันของเจ้านายหนุ่ม แล้วจึงพยักหน้ากับตัวเองเมื่อเห็นว่าช่องวันนี้ตั้งแต่บ่ายโมงเป็นต้นไปมีแถบเส้นสีแดงขีดกำกับไว้ว่า ‘ห้ามรับนัดเด็ดขาด’ แสดงว่าเลขานุการคนเก่าได้จัดคิวธุระสำคัญของเจ้านายไว้ล่วงหน้าแล้ว
“ดีจัง งั้นเราก็ว่างทั้งวันเลยละสิ” ลักษณายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หยิบโทรศัพท์ส่วนตัวขึ้นมาปัดหน้าจอ จิ้มปลายนิ้วกดเข้าแอปพลิเคชันอีบุ๊กเพื่อเปิดนิยายเรื่องที่อ่านค้างอยู่ แต่แล้วเสียงโทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้น หญิงสาวกลอกตาก่อนรับสายอย่างจำใจ
“เลขาฯ หน้าห้องคุณเทวัญค่ะ” ขานรับสายตามหน้าที่ด้วยน้ำเสียงเพราะพริ้ง
“คุณเทวัญออกไปข้างนอกหรือยังครับ”
“เพิ่งออกไปเมื่อสักครู่นี้เองค่ะคุณนุติ มีอะไรหรือเปล่าคะ” 
ไม่ต้องถามชื่อแซ่เธอก็จำเสียงบุคคลที่โทร.มาได้ เพราะเขาเป็นเลขานุการส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ รับผิดชอบงานมากมายมาหลายปีดีดักแล้ว ผิดกับงานเลขานุการหน้าห้องที่ไม่ค่อยมีงานสำคัญอยู่ในมือ ส่วนใหญ่ก็แค่รับโทรศัพท์ คอยต้อนรับแขก ทำงานจิปาถะตามที่เจ้านายใช้ และจัดเอกสารการประชุมตามที่คุณนุติมอบหมายให้เท่านั้น
ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะเก้าอี้ที่เธอนั่งนี้มักมีการเปลี่ยนเจ้าของบ่อยครั้ง คุณนุติก็มีผู้ช่วยประจำอยู่แล้วหลายคนจึงไม่อยากสอนงานหรือมอบหมายงานสำคัญใดๆ ให้คนที่ไม่รู้ว่าจะอยู่ทำงานได้สักกี่เดือนกี่วัน ส่วนสาเหตุที่ต้องเปลี่ยนตัวเลขานุการหน้าห้องของเจ้านายใหญ่บ่อยครั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับเหตุผลและอารมณ์ของเจ้านายเป็นหลัก ลักษณาได้แต่หวังว่าเธอจะไม่เผลอทำอะไรให้คุณเทวัญไม่พอใจจนโดนสั่งย้ายเก้าอี้ไวนัก
“คุณเพิ่งมาเริ่มงานวันนี้ใช่ไหม” นุติถามไป เมื่ออีกฝ่ายตอบรับก็เอ่ยต่อ “งั้นช่วยเอาร่างสัญญาบริษัทใหม่มาที่ห้องผมหน่อย”
“ของบริษัท เวียนสุง เอนจิเนียริ่ง ที่เวียดนามใช่ไหมคะ” คนมาใหม่ถามเพื่อความแน่ใจ จำได้ว่าตอนมอบหมายงาน เลขานุการคนเก่าพูดถึงงานนี้อยู่หลายรอบ
“ใช่ครับ” 
“ได้ค่ะคุณนุติ” ลักษณาวางสาย มองหน้านิยายที่เปิดค้างอยู่อย่างอาลัยอาวรณ์ก่อนจะปัดหน้าจอปิดแล้วรีบลงมือทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย
ส่วนนุติ เขากดตัดสายพร้อมรอยยิ้มที่ปรากฏอยู่ในแววตาซึ่งไม่เกี่ยวใดๆ กับเรื่องงานที่เพิ่งคุยกับลักษณาเลยสักนิด เขาแค่ดีใจที่ไม่ต้องเป็นคนเตือนเจ้านายในเรื่องสำคัญวันนี้
วันสำคัญที่เขาเองก็ไม่เคยรู้หรือใส่ใจจนกระทั่งเจ้านายเริ่มคุยเรื่องนี้กับเขาเมื่อสองเดือนก่อน
‘ถ้าฉันจะเริ่มทำหน้าที่พ่อที่ดีของลูกในตอนนี้ มันยังไม่สายเกินไปใช่ไหมนุติ’
‘ไม่สายหรอกครับ คุณหนูทิวยังเด็กอยู่มาก ผมเชื่อว่าคุณเทวัญเป็นพ่อที่ดีได้แน่นอนครับ’
เขาดีใจที่เจ้านายคิดได้ก่อนเวลาจะผ่านไปจนสายเกินแก้...

ช่วงบ่ายของวันกลางสัปดาห์เป็นช่วงเวลาที่ถนนค่อนข้างโล่ง ชายหนุ่มวัยย่างเลขสี่ใช้เวลาหลังพวงมาลัยรถยนต์คันหรูไม่ถึงยี่สิบนาทีก็มาถึงที่หมาย นั่นคือโรงเรียนอนุบาลที่มีค่าเทอมแพงกว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งของประเทศ 
เทวัญก้มมองนาฬิกาข้อมืออีกครั้งเพื่อจะได้มั่นใจว่าเขาไม่ได้มาช้าหรือเร็วจนเกินไป 
วันนี้ลูกชายของเขามีเรียนดนตรีตอนบ่ายสองโมงครึ่ง ซึ่งก่อนจะถึงเวลานั้นจะมีการพักปรับอิริยาบถและกินอาหารว่างประมาณสิบห้านาที ถ้าเขาจะมารับลูกกลับก่อนเวลาปกติก็ควรมาในช่วงนี้...นั่นคือรายละเอียดที่เขาเพิ่งได้บันทึกไว้ในสมุดโน้ตบนหน้าจอ เพื่อจะใช้เป็นข้อมูลสำหรับการวางแผนตารางชีวิตของตัวเองต่อไปหลังจากนี้ ทั้งที่มันก็เป็นกิจวัตรประจำวันของธงไทมาสักพักใหญ่แล้ว แต่เขาไม่ได้สนใจ
ร่างสูงเฉียดหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรก้าวตรงไปแจ้งความประสงค์กับฝ่ายธุรการ รออยู่ไม่นานก็ได้ยินเสียงคนที่เขาตั้งใจมาหา
“คุณพ่อ คุณพ่อมาหาทิวเหรอครับ” เด็กชายวัยสี่ขวบที่มีรูปร่างสมบูรณ์สมวัยส่งเสียงมาด้วยความตื่นเต้น ร่างเล็กวิ่งตรงมาหาคนที่เขารู้อยู่เสมอว่าไม่ค่อยมีเวลาว่างและแทบจะไม่เคยมาหาเขาที่โรงเรียนเลย
“ใช่ครับ พ่อมาหาทิว” เทวัญคว้ามือลูกชายมากุมไว้ก่อนหันไปเอ่ยขอบคุณคุณครูที่นำบุตรชายมาส่ง ก่อนจะรวบร่างลูกชายขึ้นอุ้มเพื่อจะได้บอกข่าวดี “พ่อมารับทิวไปฉลองวันเกิด แฮปปี้เบิร์ธเดย์ครับคนเก่งของพ่อ”
เด็กน้อยทำหน้างุนงงอยู่ครู่หนึ่งก็ยิ้มกว้าง ชูสองแขนขึ้นสูง ส่งเสียงออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ
“วันเกิด เย่ๆ คุณพ่อว่างมาฉลองวันเกิดกับทิวแล้ว เย่ๆ”
เทวัญชะงักไปเล็กน้อยกับถ้อยคำไร้เดียงสาของลูกชาย...สามปีก่อนหน้านี้เขาไม่เคยสนใจเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ ไม่แปลกที่เด็กน้อยจะไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับวันสำคัญร่วมกับคนเป็นพ่อ
วันที่ธงไทอายุครบหนึ่งขวบเขาอยู่จีน ขวบปีที่สองก็ไปสังสรรค์กับคู่ค้าที่อเมริกา และปีที่แล้วก็ไปเวียดนาม ปีนี้เขาจึงต้องวางแผนล่วงหน้านานนับเดือนเพื่อให้ตัวเองมีเวลาว่างอยู่ที่ประเทศไทยในช่วงวันเกิดลูก
ไม่ใช่เพราะคิดได้เองทั้งหมด แต่ข้อความหนึ่งในอีเมลฉบับนั้นก็มีส่วนกระตุ้นสำนึกของเขาอยู่ไม่น้อย...อีเมลฉบับสุดท้ายจากผู้หญิงที่เป็นแม่ของลูก 
วรสาส่งอีเมลมาเล่าถึงความรักครั้งใหม่ล่าสุดของเธอ เขาไม่ได้ใส่ใจนักเพราะตั้งแต่เซ็นลายมือชื่อลงในใบหย่าเมื่อสามปีก่อน วรสาก็มักจะส่งอีเมลมาถามถึงลูกชายอยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกฉบับก็จะแฝงเจตนาอวดผู้ชายรายใหม่ของเธออยู่ด้วยเสมอ 
ตั้งแต่ตกลงตัดขาดกันด้วยเหตุผลที่ต่างคนต่างไม่ซื่อสัตย์ วรสาก็แสดงออกอยู่เสมอว่าเธอไม่เคยขาดผู้ชายเคียงข้าง ในขณะที่เขาไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องป่าวประกาศให้ใครรู้ว่าไม่เคยขาดผู้หญิงบนเตียง... 
วรสาอาจต้องการความรักความสนใจจากเพศตรงข้าม แต่สำหรับเทวัญ เขาต้องการแค่เสพความสุขทางกายตามธรรมชาติของผู้ชายเท่านั้น
เทวัญตอบอีเมลของวรสาไปบ้างเฉพาะเรื่องของธงไทที่จำเป็นต้องตอบ แต่ฉบับที่ไม่ได้ตอบก็มีมากกว่า กระทั่งฉบับสุดท้ายเขาก็ยังไม่ได้ตอบ และไม่แน่ใจว่าจะต้องตอบอีกไหม
‘ลูกชายของเราเกิดวันที่ 9 มีนาคม ปีไหนถ้าสาไม่ว่างมาฉลองวันเกิดกับลูกก็ฝากคนเป็นพ่อทำหน้าที่แทนบ้างก็แล้วกัน หวังว่าจะไม่รบกวนจนเกินไป’
มันเป็นคำลงท้ายแกมประชด แต่ก็สะกิดใจให้คนที่ไม่เคยทำหน้าที่พ่อที่ดีคิดขึ้นมาได้บ้าง ต่อให้ไม่เคยรักแม่ของลูก แต่ผลตรวจดีเอ็นเอก็ออกมาแล้วว่าธงไทเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาจริง เขาจึงยอมแลกทรัพย์สินหลายอย่างกับการได้เป็นผู้ปกครองลูกชายตามกฎหมายหลังการหย่า
เทวัญตั้งใจจะเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด เขาอยากให้ธงไทมีพร้อมทุกอย่างทดแทนการไม่มีแม่ จ้างพี่เลี้ยงที่มีดีกรีด้วยเงินเดือนขั้นสูงถึงสองคน เลือกโรงเรียนที่ดีที่สุดและทุ่มเทให้ลูกได้ทุกอย่าง ยกเว้นเวลา เพราะช่วงนั้นเขาต้องทำงานหนักเพื่อขยายงานและเพิ่มกำไรในแต่ละปีของบริษัทให้มากขึ้น เขาต้องเดินทางบ่อย บางครั้งก็ไปอยู่ต่างประเทศนานๆ หรือถ้าทำงานอยู่กรุงเทพฯ ก็มักจะกลับดึก
แม่เคยบ่นเรื่องนี้อยู่บ้าง แต่เขาก็จะเอาเรื่องงานกับขีดจำกัดเรื่องเวลามาแก้ตัวเสมอ
‘ระวังลูกจะลืมหน้าพ่อก็แล้วกัน หนูสาเขายังมาให้ลูกเห็นหน้าบ่อยกว่าคนอยู่บ้านเดียวกันบางคนเสียอีก’
มันก็จริงอย่างที่แม่ว่า แม้จะหย่าขาดกันแล้ว แต่วรสาก็ยังมาเยี่ยมลูกที่บ้านของเขาอยู่บ่อยครั้ง อาจเพราะเธอมีเวลาว่างมากกว่า ไม่ต้องทำงานทำการอะไรก็ได้กินกำไรจากหุ้นที่ถืออยู่ในมือสบายๆ ช่วงแรกๆ ที่เธอขยันมาเยี่ยมลูกเขาจึงขี้เกียจอยู่พบหน้าและกว่าที่เขาจะรู้สึกตัวว่ามีเวลาอยู่กับลูกน้อยเกินไปก็นานนับปี 
หลายครั้งที่ได้อยู่กับลูกเขาก็เริ่มรู้สึกถึงความห่างเหิน ลูกชายตัวน้อยไม่ได้ให้ความสนิทสนมกับเขาเลย ไม่ใช่เพราะลูกต่อต้านหรือไม่รักพ่อ แต่เป็นเพราะเราสองคนไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกันเท่านั้นเอง เขาเริ่มคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง จนได้อ่านอีเมลฉบับนั้นของวรสาเขาก็ตั้งใจที่จะเริ่มต้นใหม่ทันทีด้วยการล็อกคิววันนี้ให้ว่างไว้และตั้งแจ้งเตือนในสมาร์ตโฟนไว้ล่วงหน้า 
เขาต้องลงมือทำ ก่อนที่ลูกจะรู้สึกว่าคนที่ตัวเองเรียกว่า ‘พ่อ’ เป็นแค่คนอื่น 
ปีนี้ธงไทอาจไม่มีแม่อยู่ร่วมฉลองวันเกิดเหมือนปีก่อนๆ แต่จะมีพ่ออยู่ร่วมฉลองกับเขาในทุกๆ ปีต่อไป
เทวัญรับตัวลูกชายขึ้นรถ หลังจากแจ้งคุณครูประจำชั้นไปว่าวันนี้ธงไทจะไม่เข้าเรียนวิชาสุดท้ายของวัน เขาเริ่มต้นในสิ่งที่ไม่เคยทำด้วยการพาลูกชายไปร้านเบเกอรี่บรรยากาศน่ารักแห่งหนึ่ง ช่วยกันสั่งเมนูน่ากินอย่างสนุกสนาน ระหว่างนั้นก็คิดว่าจะพาลูกชายไปฉลองต่อที่ไหนดี... 
ชายหนุ่มรู้สึกว่าเขาช่างเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องเอามากๆ ก็ตอนนี้ ขนาดตั้งเวลาเตือนไว้แล้วว่าวันนี้เป็นวันเกิดของธงไทแต่เขากลับไม่ได้วางแผนอะไรไว้ล่วงหน้า ได้แต่อ้างกับตัวเองว่างานยุ่งจนลืมคิดถึงรายละเอียด ซ้ำยังมีเหตุไม่คาดฝันทำให้ทุกอย่างรวนไปหมด ก็คงต้องพึ่งเทคโนโลยีในมือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน
“เดี๋ยวเราไปฉลองกันที่บ้านคุณยายใช่ไหมครับ” เด็กน้อยเอ่ยถามตามประสา ใช้ช้อนตักผลไม้บนเกล็ดน้ำแข็งเข้าปาก ดวงตากลมใสจับจ้องรอคอยคำตอบจากคนเป็นพ่อ 
เทวัญคาดเดาที่มาของคำถามนั้น ธงไทคงคิดว่าจะมีการจัดเลี้ยงฉลองวันเกิดที่บ้านคุณยายเหมือนทุกปี เพราะแม้จะอยู่บ้านคุณปู่คุณย่าเป็นหลัก แต่บ่อยครั้งที่พี่เลี้ยงกับคนขับรถจะพาเด็กน้อยไปส่งที่บ้านคุณยายเพื่อทำกิจกรรมร่วมกับวรสาและญาติฝ่ายแม่ แต่เมื่อมีบางอย่างเปลี่ยนไปเทวัญจึงต้องคิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ
“วันนี้พ่อจะพาทิวไปฉลองที่อื่นครับ รับรองว่าเจ๋ง” เขายกนิ้วหัวแม่มือขึ้นยืนยันเมื่อเห็นสถานที่น่าสนใจปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอในมือ
“ว้าว ที่ไหนครับ” ธงไทตาโตด้วยความตื่นเต้น เพราะพ่อของเขาไม่เคยว่างฉลองวันเกิดกับเขาเลยสักครั้ง
“ยังไม่บอก อยากรู้ก็ต้องรีบกินจะได้รีบไปกัน” เมื่อปักหมุดตรงตำแหน่งที่ตั้งของสวนน้ำแห่งหนึ่งที่น่าสนใจได้แล้วเทวัญก็วางมือถือลง เพื่อจะได้ให้ความสนใจกับลูกชายได้อย่างเต็มที่
“โอเคครับ” เด็กน้อยยกมือขึ้นทำนิ้วเป็นตัวโอ แต่ก็ยังไม่ลืมเรื่องก่อนหน้า “แล้วคุณแม่จะไปกับเราไหมครับ”
“วันนี้คุณแม่ไม่ว่างครับ” เทวัญพยายามยิ้มให้กำลังใจลูกชายที่เริ่มทำหน้ายุ่ง 
“ทำไมไม่ว่างล่ะครับ” 
“คุณแม่ติดธุระอยู่ที่ต่างจังหวัดครับ”
“ทิวไม่ได้เจอคุณแม่มาตั้งหลายวันแล้ว” 
เด็กน้อยบ่นไปตามประสา แต่ก็ไม่ได้เสียใจมากมายเพราะบ่อยครั้งไปที่คุณพ่อกับคุณแม่จะสลับกัน ‘ไม่ว่าง’ จนเขาชินเสียแล้ว
เทวัญรีบชวนลูกชายให้กลับไปสนใจกับของหวานตรงหน้า แม้ในใจยังหนักอึ้งกับความจริงที่ไม่อาจบอกเด็กน้อยได้ มันกะทันหันและละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของเด็กมากเกินไป สาเหตุที่วรสาไม่สามารถมาร่วมฉลองวันเกิดกับธงไทได้เหมือนทุกปี เพราะตอนนี้คนในครอบครัวอดีตภรรยากำลังอยู่ในช่วงทำใจ
เมื่อสองวันก่อนอดีตภรรยาของเขาเพิ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เชียงราย คนรักใหม่ที่เธอเพิ่งเขียนอีเมลมาอวดเขาเสียชีวิตคาที่ ส่วนตัวเธออาการสาหัส ยังไม่ได้สติ ชีพจรเต้นอยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจเท่านั้น 
หมอบอกให้ญาติทำใจ แต่หลายคนยังเฝ้ารอปาฏิหาริย์และมีความคิดเห็นตรงกันว่ายังไม่ควรบอกให้ธงไทรู้เรื่องในตอนนี้...เขาเองก็เช่นกัน
 

คะแนนความชอบ

รีวิวนิยายเรื่องนี้

ยังไม่มีใครรีวิวนิยายเรื่องนี้ เขียนรีวิวเป็นท่านแรกได้เลยค่ะ

เขียนรีวิวนิยายตรงนี้ค่ะ

: *
: *
พิมพิ์ตัวเลขที่คุณเห็นในภาพ (ถ้าคุณไม่เห็นภาพใด ๆ กรุณา enable image ในเว็บบราวซ์เซอร์ของคุณและทำการ รีเฟรชหน้าจอใหม่อีกครั้ง):


*